พินัยกรรมตามกฎหมายมีกี่แบบ มีวิธีทำอย่างไร ? การจัดทำพินัยกรรมเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยลดความขัดแย้งในครอบครัวและทำให้ทรัพย์สินตกไปอยู่กับผู้ที่เราต้องการอย่างแท้จริง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย พินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีผลบังคับใช้ได้มีทั้งหมด 5 แบบหลัก ดังนี้
1. พินัยกรรมแบบธรรมดา (มาตรา 1656)
เป็นรูปแบบที่นิยมที่สุด เพราะสะดวกและชัดเจน สามารถพิมพ์หรือเขียนก็ได้
- หลักเกณฑ์
- ต้องทำเป็นหนังสือ โดยจะเขียนหรือพิมพ์ก็ได้
- ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน
- พยานทั้ง 2 คนต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมีชื่อของผู้ทำพินัยกรรมในขณะนั้น
- ข้อควรระวัง การขูด ลบ ตก เติม หรือแก้ไข ต้องลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมและพยานครบถ้วน มิเช่นนั้นส่วนที่แก้ไขจะไม่มีผล
2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ (มาตรา 1657)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและไม่ต้องการให้พยานรับทราบเนื้อความ
- หลักเกณฑ์
- ต้องเขียนด้วยลายมือตนเองทั้งฉบับ (พิมพ์ไม่ได้)
- ต้องระบุ วัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม
- ต้องลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม
- ข้อดี ไม่ต้องมีพยานก็มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง (มาตรา 1658)
เป็นแบบที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดและโต้แย้งได้ยากที่สุด เนื่องจากทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ
- หลักเกณฑ์:
- ต้องไปแจ้งความประสงค์ต่อผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอ โดยมีพยานอย่างน้อย 2 คน
- เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อความตามที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้ง แล้วอ่านให้ฟัง
- ผู้ทำพินัยกรรม พยาน และเจ้าหน้าที่ ลงลายมือชื่อร่วมกัน
- เจ้าหน้าที่จะลงวัน เดือน ปี และประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญ
- ข้อดี: เอกสารจะถูกเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ ป้องกันการสูญหายหรือถูกทำลาย
4. พินัยกรรมแบบเอกสารลับ (มาตรา 1660)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่รับรองว่ามีพินัยกรรมอยู่จริง แต่ไม่ต้องการให้ใครเห็นข้อความข้างใน
- หลักเกณฑ์:
- ผู้ทำพินัยกรรมเขียนหรือพิมพ์เองก็ได้ แล้วลงลายมือชื่อ
- ผนึกพินัยกรรมใส่ซองและลงลายมือชื่อคาบรอยผนึก
- นำซองที่ผนึกแล้วไปแสดงต่อผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอ พร้อมพยานอย่างน้อย 2 คน
- เจ้าหน้าที่จะบันทึกถ้อยคำรับรองไว้บนซองและประทับตรา
- ข้อดี รักษาความลับได้ดีและมีการยืนยันตัวตนโดยเจ้าหน้าที่
5. พินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา (มาตรา 1663)
จะทำได้เฉพาะในพฤติการณ์พิเศษเท่านั้น เช่น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย มีสงคราม หรือเกิดโรคระบาด
- หลักเกณฑ์:
- ผู้ทำพินัยกรรมต้องแสดงเจตนาต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน
- พยานทั้ง 2 คนต้องไปแจ้งต่อนายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขตโดยเร็วที่สุด เพื่อบันทึกข้อความและลงลายมือชื่อพยานไว้
- ข้อควรระวัง หากพฤติการณ์พิเศษนั้นสิ้นสุดลงและผู้ทำพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่เกิน 1 เดือน พินัยกรรมวาจานั้นถือเป็นอันยกเลิก
ตารางสรุปเปรียบเทียบพินัยกรรมแต่ละแบบ
| ประเภทพินัยกรรม | ต้องมีพยานหรือไม่ | ต้องเขียนด้วยมือตัวเองหรือไม่ | ความน่าเชื่อถือ/การโต้แย้ง |
| แบบธรรมดา | มี (2 คน) | เขียนหรือพิมพ์ก็ได้ | ปานกลาง (นิยมที่สุด) |
| เขียนเองทั้งฉบับ | ไม่ต้องมี | ต้องเขียนเองทั้งฉบับ | ปานกลาง (พิสูจน์ลายมือ) |
| เอกสารฝ่ายเมือง | มี (2 คน) | เจ้าหน้าที่จัดทำ | สูงมาก (ปลอมแปลงยาก) |
| เอกสารลับ | มี (2 คน) | เขียนหรือพิมพ์ก็ได้ | สูง (เน้นความลับ) |
| ทำด้วยวาจา | มี (2 คน) | ไม่ต้อง | ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น |
ข้อห้ามสำคัญสำหรับพยาน (มาตรา 1670)
บุคคลต่อไปนี้ห้ามเป็นพยานในพินัยกรรม:
- ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
- บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ
- บุคคลที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือตาบอดทั้งสองข้าง
- ที่สำคัญที่สุด ผู้รับทรัพย์สินตามพินัยกรรม รวมถึงคู่สมรสของผู้รับทรัพย์สินนั้น ห้ามเป็นพยานหรือเป็นผู้เขียนพินัยกรรมเด็ดขาด เพราะจะทำให้ข้อกำหนดในส่วนที่ยกทรัพย์สินให้ผู้นั้นเป็นโมฆะ
